Saturday, January 10, 2015

10 วิธีเผด็จศึกความเปลี่ยนแปลง ด้วยหัวใจที่เบิกบาน




          ความเปลี่ยนแปลงแบบทันทีทันใด อาจเป็นเรื่องยากที่เราจะทำใจยอมรับได้ แต่หากเรามีสติ และเตรียมพร้อมแต่เนิ่น ๆ เราก็จะผ่านพ้นช่วงเวลานั้นไปได้อย่างไม่ทุกข์ร้อนจนเกินไปนัก

          ไม่มีใครหยั่งรู้ "อนาคต" นั่นจึงทำให้คนจำนวนไม่น้อย ไม่สามารถรับความเปลี่ยนแปลงอย่างปุบปับฉับพลันที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ พลอยทำให้จิตใจห่อเหี่ยว ท้อแท้ แต่ถ้าปล่อยให้สภาพจิตใจย่ำแย่อยู่อย่างนี้ คงกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันเป็นแน่แท้ คอลัมน์ Life Management โดย พัชร์-ภัทร์ จากนิตยสาร Secret จึงฝาก 10 วิธีเผด็จศึกความเปลี่ยนแปลงด้วยหัวใจที่เบิกบาน มาแนะนำให้คนที่ประสบพบเจอความเปลี่ยนแปลงได้ลองปรับตัวไปทีละขั้น เพื่อยอมรับในความจริงที่เกิดขึ้น

          ความไม่แน่นอน เป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุด แต่ธรรมชาติของคนเราก็ไม่มีใครชอบความเปลี่ยนแปลง ทั้ง ๆ ที่ความเปลี่ยนแปลงทั้งดีและไม่ดีนั้นอยู่รอบ ๆ ตัวเราตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์บ้านเมือง ดินฟ้าอากาศ คน สัตว์ สิ่งของ หรือแม้ตัวของเราเองก็ไม่สามารถห้ามไม่ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้

          หลายครั้งที่สถานการณ์นั้น "ยาก" แก่การทำใจ เช่น การสูญเสียคนที่เรารัก หรือต้องสูญเสียสิ่งที่สร้างมากับมือ แต่เราจะมีวิธีอยู่กับความเปลี่ยนแปลงอย่างไรให้มีความสุข

          วันนี้ Life Management มีวิธีดี ๆ ที่เชื่อว่าทุกคนทำได้แบบ Step by Step มาฝากกันค่ะ

Step 1 ฝึกเป็นคนช่างสังเกต

          ก้าวนี้เป็นก้าวแรกที่จะทำให้คุณรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น เพราะบางคนเคยชินกับการใช้ชีวิตแบบวันต่อวันจนไม่ได้สังเกตสิ่งรอบตัว หรือเรียกง่าย ๆ ว่า "ชะล่าใจ" คิดว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้คงไม่เกิดขึ้นกับเรา พอวันหนึ่งเมื่อเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นจริง ๆ ก็จะเกิดอาการช็อก ตั้งตัวไม่ทัน เพราะไม่เคยเตรียมใจมาก่อน ขอแนะนำว่าให้ลองมองหาสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงสักนิด เพื่อชีวิตของคุณจะได้ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท

Step 2 ตั้งคำถามตามตัวเอง

          เมื่อคุณมองเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเริ่มส่อเค้าแล้ว ให้ถามตัวเองว่า สิ่งที่แย่ที่สุดที่จะมีผลกระทบต่อคุณคืออะไร คุณอาจลองจินตนาการโดยลองสมมติว่าตัวเองอยู่ในเหตุการณ์นั้น เพื่อหยั่งความรู้สึกว่าคุณจะรับได้แค่ไหน ทั้งนี้ก็เพื่อหาวิธีป้องกันไว้ล่วงหน้า ไม่ให้สติแตกเวลาที่ต้องเผชิญเหตุการณ์ที่ว่านั้นขึ้นมาจริง ๆ

Step 3 เปลี่ยนอะไรไมได้เปลี่ยนใจตัวเองง่ายกว่า

          เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว สิ่งที่คุณควรทำคือการทำใจยอมรับความจริงให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อสิ่งนั้นเป็นเหตุสุดวิสัยเกินกว่าที่คุณจะแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนอะไรได้ ช่วงแรกคุณอาจรู้สึกเป็นทุกข์ เดือดเนื้อร้อนใจ ก็ขอให้คุณพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกยาว ๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมาให้เร็วที่สุด เพราะบางครั้งอาจมีเรื่องที่คุณต้องแก้สถานการณ์ด่วน หรือมีการตัดสินใจสำคัญ ๆ รอคุณอยู่
 
Step 4 หาข้อดีและคิดในทางที่ดี

          เพื่อคลี่คลายสถานการณ์จากหนักให้เป็นเบา ขอให้คุณมองหาข้อดีจากความเปลี่ยนแปลงนั้น เช่น สิ่งนี้หรือเหตุการณ์นี้ทำให้คุณเข้มแข็งขึ้น เข้าใจโลก เข้าใจชีวิตมากขึ้น และสุดท้ายมันก็จะผ่านไป

Step 5 ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

          การอยู่กับความเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุดคือ ต้องค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ฝึกเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันทุกวัน อย่าทำใจต่อต้าน แต่ให้อยู่อย่างมีความหวังและพยายามบอกตัวเองทุกวันว่า "ฉันต้องทำได้", "ฉันจะก้าวข้ามช่วงเวลานี้ไปให้ได้" โดยไม่ลืมที่จะสร้างความมั่นใจให้กลับคืนมาทีละเล็กละน้อย

Step 6 รักษาสมดุลของกายและใจด้วยการฝึกสมาธิ

          เมื่อคุณพบหนทางเริ่มคุ้นเคยกับการดำเนินชีวิตในรูปแบบใหม่แล้ว คุณควรเรียนรู้การฝึกทำสมาธิ เพื่อสะสมพลังจิต โดยหมั่นนึกคำบริกรรมที่คุณชอบ (อาจเป็นพุทโธ สัมมาอะระหัง ยุบหนอพองหนอ) ครั้งละ 5 นาที วันละ 3 ครั้ง (เช้า กลางวัน เย็น) ทั้งนี้ เพื่อฝึกรวมใจให้เป็นหนึ่งเดียว ใจของคุณก็จะมีพลัง แข็งแรง ฟุ้งซ่านน้อยลง และสามารถเผชิญความทุกข์ได้ดีขึ้น
 
Step 7 เอาความเป็นตัวของตัวเองกลับคืนมา

          หลังฝึกสมาธิเพื่อสะสมพลังจิตแล้ว คุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับตัวคุณเองอย่างชัดเจนคือ คุณจะมีความอดทนอดกลั้นมากขึ้น ไม่หงุดหงิดรำคาญใจอะไรง่าย ๆ นอกจากนี้ยังมีสติ คิดสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างละเอียดรอบคอบ มีวุฒิภาวะ ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งเร้ารอบข้าง ใจของคุณจะนิ่งขึ้น ส่งผลให้คุณมีความมั่นใจที่จะทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นด้วย และสุดท้ายความเป็นตัวของตัวเองก็จะกลับมหาคุณ

Step 8 แสวงหาโอกาสดี ๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ในการเปลี่ยนแปลงนั้น

          ฟ้าหลังฝนมีความสดใสฉันใด ชีวิตของคนเราหลังผ่านความทุกข์มาย่อมเจอทางสว่างฉันนั้น ให้คุณจำไว้ว่า โอกาสดี ๆ ย่อมมีแก่ผู้ที่แสวงหาโอกาสเสมอ ที่สำคัญคือ คุณควรให้โอกาสตัวเองในการเริ่มทำสิ่งใหม่ ๆ โดยอาจเริ่มจากสิ่งที่คุณชอบและสนใจ ซึ่งจะช่วยให้คุณลืมความทุกข์และมีความสุขง่ายขึ้นและเร็วขึ้น

Step 9 หันหลังให้กับความทุกข์

          เมื่อพบสิ่งที่ชอบและใช่แล้ว คุณควรใช้เวลาอยู่กับสิ่งนั้นเพื่อให้จิตใจของคุณให้รับการเยียวยาอย่างเต็ม ที่ และเมื่ออณูของความสุขหนาแน่นขึ้น ก็ถึงเวลาแล้วที่คุณควรหันหลังให้ความทุกข์อย่างเด็ดขาด เหลือไว้แต่ความทรงจำดี ๆ ที่น่าประทับใจ และเป็นประโยชน์กับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของคุณ

Step 10 ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีความหวัง และอย่าลืมภาคภูมิใจที่มาถึงจุดจุดนี้

          เมื่อมาถึงจุดนี้ได้ก็แสดงว่าคุณสามารถเอาชนะ ความทุกข์ ความเศร้าโศก เสียใจที่เคยเกาะกินหัวใจได้แล้ว จงภูมิใจและดีใจเถอะว่า ตอนนี้คุณคือผู้ชนะในเกมของการเปลี่ยนแปลงที่เป็นดั่งบททดสอบของชีวิต และแน่นอน ไม่มีใครช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้เท่ากับตัวเราเอง

          ...วันนี้คุณเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยังถักยัง ลองทำตาม 10 ขั้นตอนที่นำมาฝากดูนะคะ

 
แหล่งที่มา  http://health.kapook.com/view108959.html

No comments:

Post a Comment