Thursday, August 17, 2017

10 วิธีลดน้ำหนักตั้งแต่ตื่น พร้อมเติมความสดชื่นยามเช้า !




         วิธีลดนํ้าหนักที่ควรทำก่อนกินอาหารเช้า แล้วยังช่วยกระตุ้นความสดชื่นให้ร่างกายได้พร้อม ๆ กัน มาดูค่ะว่าหลังตื่นนอนจะมีกิจกรรมอะไรบ้างที่ทำแล้วดีต่อภารกิจลดความอ้วนของเรา

          เชื่อไหมคะว่าเราสามารถทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ หลังจากตื่นนอนเพื่อช่วยในการลดน้ำหนักได้ และการที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับรู้ว่าเช้านี้จะได้หั่นแคลอรีไปอีกสักหน่อยมันก็ดีต่อใจน้อยซะเมื่อไรล่ะเนอะ ที่สำคัญกิจกรรมก่อนอาหารเช้าที่จะช่วยเราลดน้ำหนักได้มากขึ้นเหล่านี้ ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นความรู้สึกสดชื่นหลังตื่นนอนให้เราได้อีกด้วยนะ อยากรู้แล้วใช่ไหมคะว่าหลังตื่นนอนเราจะทำอะไรเพื่อช่วยลดน้ำหนักได้บ้าง ก็ตามมาดูเลย

1. ตื่นเช้าทุกวัน

          แม้จะเป็นวันหยุดพักผ่อนก็อยากให้ตื่นเช้าเหมือนตอนไปทำงานหรือไปเรียนนะคะ เพราะการเข้านอนและตื่นนอนในเวลาเดิม ๆ ทุกวัน จะช่วยให้ระบบการทำงานภายในร่างกายเกิดความสมดุล โดยเฉพาะระบบเผาผลาญก็จะรู้เวลาตื่น เวลาที่ต้องทำงาน แต่ถ้าใครยังไม่ค่อยเชื่อ เราขออ้างงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Northwestern ที่บอกว่า คนที่ตื่นสาย ลุกจากเตียงประมาณ 10.30 น. เป็นต้นไป มีแนวโน้มจะโหยหาอาหารฟาสต์ฟู้ดมากขึ้น 2 เท่า และมีความอยากกินผัก-ผลไม้ อาหารเพื่อสุขภาพน้อยลงครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับคนที่ตื่นเช้ากว่า และตื่นในเวลาเดิม ๆ ทุกวัน

          อ้อ ! แต่ถ้าคิดง่าย ๆ การตื่นเช้าเราก็มีเวลาได้เคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น โอกาสในการเผาผลาญพลังงานของร่างก็มากขึ้นนั่นเอง

2. ดื่มน้ำทันทีที่ตื่นนอน

          ร่างกายที่หลับใหลไปกว่า 5 ชั่วโมงคงรู้สึกกระหายน้ำอยู่ไม่น้อย ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำหลังจากตื่นนอนคือพุ่งไปยังตู้เย็นแล้วดื่มน้ำสัก 1 แก้วทันทีค่ะ เพื่อให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้น เราก็จะตื่นได้เต็มตามากขึ้นหน่อย ๆ ด้วย นอกจากนี้ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Utha ก็ยังเผยผลวิจัยว่า กลุ่มอาสาสมัครที่ดื่มน้ำ 2 แก้วก่อนรับประทานอาหาร มีแนวโน้มลดน้ำหนักได้มากกว่ากลุ่มอาสมัครที่ไม่ได้ดื่มน้ำก่อนกินข้าวราว 30% เลยล่ะ

3. เดินไปรับแสงแดดอ่อน ๆ

          นาฬิกาชีวิตที่อยู่ในร่างกายของเราใช้แสงเป็นตัวกำหนดว่าจะตื่นหรือหลับ ดังนั้นการตื่นขึ้นมาแล้วได้รับแสงแดดอ่อน ๆ ฉาบไล้ร่างกายก็เท่ากับเป็นสัญญาณให้นาฬิกาชีวิตรู้ว่านี่คือเวลาเช้าแล้วนะ ระบบต่าง ๆ ในร่างกายก็จะตื่นตัวและเริ่มทำงานอย่างเต็มกำลังมากขึ้น ซึ่งจุดนี้ผลวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร PLOS ONE ก็ยังบอกเพิ่มเติมด้วยว่า แสงแดดยามเช้าจะส่งซิกไปยังเมตาบอลิซึม กระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นได้ โดยเขาอ้างจากผลการทดลองที่พบว่า คนที่ตื่นเช้ามาเจอกับแสงแดดมีดัชนีมวลกายหรือ BMI น้อยกว่ากลุ่มคนที่ตื่นขึ้นมาในห้องมืด ๆ

4. น้ำส้มแอปเปิลไซเดอร์สักช้อนโต๊ะก็ดี

          ผลการศึกษาในวารสาร Bioscience, Biotechnology, and Biochemistry เผยว่า กลุ่มอาสาสมัครที่ดื่มน้ำส้มแอปเปิลไซเดอร์ 1 ช้อนโต๊ะ โดยผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้ว ติดต่อกัน 12 สัปดาห์ มีแนวโน้มลดน้ำหนักได้ดีกว่าคนที่ดื่มยาหลอก โดยเมื่อตรวจร่างกายก็พบว่า กลุ่มที่ดื่มแอปเปิลไซเดอร์มีดัชนีมวลกาย (BMI) ลดลง มีสัดส่วนไขมันลดลง รอบเอวเล็กลง และมีระดับไตรกลีเซอไรด์ลดลงด้วย

          ทั้งนี้ก็เพราะว่าสรรพคุณของน้ำส้มแอปเปิลไซเดอร์มีฤทธิ์เป็นกรด สามารถช่วยปรับสมดุลความดันโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมความอยากอาหารได้ดี หากกินเป็นประจำจะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายด้วย เหมาะสำหรับคนธาตุหนัก ขับถ่ายยาก และอยากลดน้ำหนักมากเลยทีเดียว

5. ตบด้วยกาแฟดำ

          คาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นการตื่นตัวของร่างกาย ซึ่งนอกจากจะช่วยปลุกเราจากความงัวเงียแล้ว คาเฟอีนยังช่วยเพิ่มความอึดในการออกกำลังกายให้เราได้อีกด้วยนะคะ ยืนยันด้วยผลการทดลองกับนักกีฬากลุ่มหนึ่ง ซึ่งได้ดื่มกาแฟระหว่างที่ฝึกซ้อม และพบว่า นักกีฬากลุ่มที่ดื่มกาแฟจะสามารถฝึกซ้อมกีฬาได้นานขึ้น เรียกได้ว่ามีความอึดมากกว่าเดิมนั่นเอง โดยความคึกคักที่เกิดขึ้นจะมีระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

          แต่ทั้งนี้คนที่ไม่ดื่มกาแฟก็สามารถดื่มเป็นชาเขียวอุ่น ๆ สักแก้วแทนได้ เพราะในชาเขียวก็มีคาเฟอีนเหมือนกัน แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต้านอาการอักเสบได้อีกต่างหาก

6. ทำงานบ้าน

        ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วและทำทุกข้อด้านบนหมดแล้ว ภารกิจต่อไปลองหางานบ้านทำสักหน่อยดีกว่า อาจจะซักผ้า รีดผ้า กวาดบ้าน หรือบางคนจะล้างห้องน้ำ ล้างรถก็ได้นะคะ เลือกทำสักกิจกรรมที่เวลาพอจะเอื้ออำนวย แค่นี้ก็ช่วยเบิร์นแคลอรีที่สะสมอยู่ในร่างกายได้มากขึ้นแล้ว

7. ออกกำลังกาย

        ถ้าไม่ใช่สายพ่อบ้าน แม่บ้าน งั้นแนะนำให้ออกกำลังกายก่อนกินอาหารเช้าเลยค่ะ เพราะการออกกำลังกายในขณะที่ร่างกายยังไม่ได้รับแคลอรีจากอาหารมากนัก จะช่วยให้ร่างกายดึงพลังงานสะสมออกมาใช้ได้มากขึ้น กระตุ้นการเบิร์นไขมันส่วนเกินในร่างกายเพิ่มขึ้นนั่นเอง ยืนยันข้อมูลโดย Robert Ferguson CEO บริษัท Diet Free Life บริการลดน้ำหนักในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

          - 10 คลิปท่าออกกำลังกายตอนเช้า 5 นาทีเบา ๆ ทำทุกวันก็ผอมได้ !

          - 7 วัน 7 ท่า ออกกำลังกายตอนเช้าง่าย ๆ บนเตียง !

          - 11 ท่าโยคะตอนเช้า ปลุกร่างกายให้ตื่น ฟื้นพลังให้เฟรช

          - ท่าออกกำลังกายลดหน้าท้อง 5 นาทีสั้น ๆ ฟิตบนเตียงทุกวัน หน้าท้องปังเลย ! (ท่าออกกำลังกายลดหน้าท้อง 5 นาทีสั้น ๆ ฟิตบนเตียงทุกวัน หน้าท้องปังเลย !)

8. จู๋จี๋กับแฟน

          คนมีคู่จะใช้วิธีนี้เพื่อเบิร์นแคลอรีให้มากขึ้นก็ได้นะคะ ก็แค่ตื่นให้เช้าขึ้นอีกนิดเพื่อสะกิดคนนอนข้าง ๆ มาเล่นจ้ำจี้กัน ซึ่งกิจกรรมบอกรักผ่านภาษากายนี้ไม่เพียงแต่ช่วยกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจได้เทียบเท่าการออกกำลังกายเท่านั้น แต่ความหฤหรรษ์ยังช่วยลดฮอร์โมนความหิว หรือฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอล ทำให้เราอยากกินอาหารหวาน ๆ และอาหารขยะน้อยลงด้วยนะ

9. เล่นกับสัตว์เลี้ยง

          คนไม่มีคู่แต่มีสัตว์เลี้ยงอย่างน้องหมาหรือน้องแมวก็ใช้เวลากับพวกเขาแทนได้ค่ะ โดยเฉพาะหากใครเลี้ยงสุนัข การพาน้องออกไปเดินเล่นนี่ก็ช่วยผลาญพลังงานได้ไม่น้อยเลยนะ แต่สำหรับคนเลี้ยงแมว การใช้อุปกรณ์เล่นกับเขาก็ถือเป็นกิจกรรมเคลื่อนไหวที่เปิดโอกาสให้ร่างกายได้ใช้พลังงานส่วนหนึ่งเหมือนกัน

10. เซลฟี่ทุกเช้า

          อาจจะดูบ้ากล้องไปนิดแต่ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Alicante ประเทศโคลอมเบีย ก็เผยว่า การเซลฟี่ทุกวันจะช่วยให้เราตระหนักถึงรูปร่างที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้ ซึ่งจะช่วยโน้มน้าวให้เรารู้สึกอยากรักษารูปร่างดี ๆ เอาไว้ หรือคนที่เห็นว่าตัวเองอ้วนเกินไปก็จะนึกอยากออกกำลังกายมากขึ้น ที่สำคัญหากกำลังลดน้ำหนักอยู่ การได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของตัวเองทีละน้อยก็จะช่วยเป็นกำลังใจให้รู้สึกอยากทำมันต่อไปอีกเรื่อย ๆ ด้วยนะคะ

          แต่เหนือสิ่งอื่นใด การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็เป็นวิธีลดน้ำหนักที่ได้ผลและยั่งยืนมากที่สุด ฉะนั้นคนที่อยากลดน้ำหนักก็อย่าลืมโฟกัสให้ถูกจุดกันด้วยล่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
eatthis
huffingtonpost
nowloss
kathysmith
https://health.kapook.com/view177459.html

Saturday, March 18, 2017

กินข้าวแล้วอ้วน? พร้อมวิธีกินให้ผอมสุขภาพดี




เดลินิวส์ออนไลน์ไขข้อข้องใจกินข้าวแล้วอ้วนจริงหรือไม่แบบชัดๆ ไม่ต้องถามต่อ พร้อมแจกเคล็ดลับกินอย่างไรให้ผอมสุขภาพดีด้วยวิธีง่ายๆ อีกด้วย

ยังคงเป็นประเด็นสงสัยเคลือบแคลงใจ และเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์กันมาตลอดว่า...กินข้าวแล้วอ้วนจริงไหม? งดข้าวแล้วทำให้ผอมได้ไหม? จนบางครั้งเรามีความเชื่อกันแบบผิดๆ แชร์กันมาตลอด เดลินิวส์ออนไลน์ขอเฉลยทุกคำถามเกี่ยวกับกินข้าวแล้วอ้วน-งดข้าวแล้วผอมที่หลายคนมักสงสัยและอยากรู้ความจริงชัดๆ โดยไม่ต้องเถียงกันหรือถามคำถามเดิมๆ แต่ได้คำตอบไม่เหมือนกันอีกต่อไป

อ.สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการชื่อดัง และที่ปรึกษากรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข อธิบายว่า การที่คนเรางดกินข้าวช่วยลดน้ำหนักได้หรือไม่? คำตอบมี 2 แนวทาง คือ 1.งดกินข้าวช่วยลดน้ำหนักได้ แต่ไม่ถาวรและยั่งยืน ด้วยเหตุผลที่ว่ามนุษย์เราต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่หรือแร่ธาตุ วิตามิน และไขมัน

อย่าง กลุ่มคาร์โบไฮเดรต เป็นกลุ่มของข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน เป็นสารอาหารที่เป็นแหล่งพลังงานของมนุษย์ จริงอยู่ที่ว่าหากงดอาหารใน กลุ่มคาร์โบไฮเดรต แล้วเราสามารถกินอาหารใน กลุ่มโปรตีน คือ เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว ทดแทนได้ แต่ไม่เพียงพอและจะส่งผลข้างเคียงในระยะยาว เช่น ร่างกายทรุดโทรม ผอมแบบไม่มีเรี่ยวมีแรง ไม่มีภูมิคุ้มกันโรค หรือเรียกว่า ผอมอมโรค

ส่วนอีกคำตอบ คือ 2.งดกินข้าวช่วยลดน้ำหนักไม่ได้ เพราะเมื่องดกินข้าวแล้ว แต่ไม่ควบคุมอาหารที่มีไขมันสูงและไม่ออกกำลังกายเลยก็ยังอ้วนอยู่ดี ซึ่งความอ้วนไม่ได้เกิดจากการกินข้าวหรืออาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการกินเนื้อสัตว์ อาหารไขมันสูง และน้ำตาล โดยเฉพาะ น้ำตาลหลายคนเข้าใจว่าเป็นอาหารในกลุ่มที่ให้พลังงาน ซึ่งมันใช่ก็จริงแต่เป็นพลังงานที่สูญเปล่าเพราะไม่ได้ให้วิตามิน แร่ธาตุ เหมือนแป้งฉะนั้นกินทดแทนกันไม่ได้

อีกประเด็นที่สงสัยกัน คือ กินข้าวแล้วอ้วนจริงไหม? บางคนเชื่อว่าจริงจึงงดกินข้าว และหันไปเลือกกินขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว หรือวุ้นเส้นแทนข้าว ซึ่งก่อนอื่นเราต้องทราบก่อนว่า ข้าว 1 ทัพพี ให้พลังงานงาน 80 แคลอรี่ ขนมปัง 1 แผ่นให้พลังงาน 70-80 แคลอรี่ วุ้นเส้น 1 ทัพพีก็ให้พลังงาน 70 แคลอรี่ ฉะนั้นอาหารประเภทแป้งให้พลังงานเท่าๆ กัน สามารถกินทดแทนกันได้

แต่หากใครอยากโฟกัสในเรื่องของการงดข้าวหรือแป้งเพื่อลดน้ำหนัก ก็ต้องบอกให้ย้อนกลับไปอ่านประเด็นแรกๆ ข้างต้นว่าถ้า งดข้าวหรือแป้งมันช่วยให้ผอมได้จริง แต่ไม่ถาวรยั่งยืน จึงเน้นว่าควรลดปริมาณข้าว หรืออาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตลง หรือเลือกทานข้าวกล้องและขนมปังโฮลวีทแทน แล้วรับประทานอาหารในกลุ่มอื่นๆ เสริม เช่น ผักผลไม้ วิตามินและแร่ธาตุ

อันที่จริงเรื่องนี้เอาเข้าจริงๆ เชื่อว่าเราก็รู้กันอยู่แล้ว เพราะอยู่ในวิถีชีวิตมาช้านาน แต่อาจมองว่ามันเห็นผลช้าไม่เหมือนการอดข้าวที่ผอมรวดเร็วทันใจ แต่อย่างที่บอกว่าไม่ถาวร เพราะเป็นการลดน้ำหนักที่ผิดวิธี ที่สำคัญหากเรางดข้าวหรืออาหารประเภทแป้งเป็นเวลานานแล้วพอกลับมากินอีกทำให้เกิดอาการโยโย่เอฟเฟคได้อีกด้วย

คราวนี้หลายคนคงเข้าใจการกินข้าวและแป้งมากขึ้น รวมถึงเห็นโทษของการงดข้าวเพื่อลดน้ำหนักกันแล้วด้วยว่ามันเป็นสิ่งที่ควรตระหนักรู้...!! เพราะมีผลต่อสุขภาพของเราโดยตรง ฉะนั้นช่วยแชร์ให้เพื่อนๆ ที่ยังเข้าใจผิดๆ อยู่ได้รับรู้ด้วยก็จะยิ่งดีมาก

โดย ชญานิษฐ คงเดชศักดา
ที่มา : www.dailynews.co.th
โดย Prawpan Suriwong
http://www.thaihealth.or.th/Content/35825-%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99%20%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9C%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%94%E0%B8%B5.html

Friday, December 16, 2016

12 ประโยชน์ของสตรอว์เบอร์รี ผลไม้มีดีสีแดงสด




         สตรอว์เบอร์รีไม่ได้มีดีแค่สีสด ๆ ชวนให้อยากลิ้มลองเท่านั้นหรอกนะคะ แต่ประโยชน์ของผลไม้ชนิดนี้ก็เรียกได้ว่ามีคุณค่าอนันต์ นับเป็นผลไม้ที่คนรักสุขภาพคู่ควร

          ช่วงหน้าหนาวจะเป็นช่วงที่หาสตรอว์เบอร์รีกินได้ง่าย แถมยังมีราคาถูกกว่าสตรอว์เบอร์รีในฤดูอื่น ที่สำคัญสตรอว์เบอร์รีที่วางจำหน่ายยังเป็นสตรอว์เบอร์รีผลสด ๆ ที่ไม่ผ่านการเชื่อมหรือกระบวนการถนอมอาหารต่าง ๆ นานา อย่างที่มักจะได้กินในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูออกดอกออกผลของสตรอว์เบอร์รีอีกด้วย ซึ่งถ้าจะบอกว่านี่คือโอกาสอันดีของคนที่ชื่นชอบสตรอว์เบอร์รีก็ไม่ผิดค่ะ ทว่าสำหรับใครที่ยังไม่ได้จัดอันดับสตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้ชนิดโปรด ขอบอกว่าคุณพลาดมาก ๆ เพราะอันที่จริงแล้วประโยชน์ของสตรอว์เบอร์รีกับสุขภาพของเรามีอยู่มากมายตั้งเท่านี้แน่ะ


1. ช่วยบูสต์ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

          สตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง โดยข้อมูลจากกองโภชนาการ กรมอนามัย ระบุว่า สตรอว์เบอร์รี 9 ผล จะให้วิตามินซีมากถึง 112 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณวิตามินซีที่มากพอกับขนาดที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน ดังนั้นการกินสตรอว์เบอร์รีจึงสามารถช่วยเสริมกำลังของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายได้
   
          อีกทั้งผลการศึกษาจาก UCLA เมื่อปี 2010 ยังแสดงให้เห็นว่า วิตามินซีที่มีในสตอว์เบอร์รียังจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อระบบไหลเวียนของหลอดเลือดเราด้วยนะคะ

2. ช่วยควบคุมความดันเลือดและชะลอการอุดตันของหลอดเลือด
   
          ข้อมูลจากกองโภชนาการ กรมอนามัย ระบุว่า นอกจากสตรอว์เบอรีจะเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงแล้ว ในสตรอว์เบอร์รียังมีใยอาหารค่อนข้างสูง และมีส่วนประกอบของน้ำค่อนข้างมาก แถมยังมีสารที่ช่วยควบคุมความดันเลือดและชะลอการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจได้อีกต่างหาก

3. ช่วยลดคอเลสเตอรอล ดีต่อใจ
   
          ซูเปอร์ไฟเบอร์เพคตินในสตรอว์เบอร์รีมีคุณสมบัติช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนี้วิตามินซีและไฟเบอร์ของสตรอว์เบอร์รียังมีส่วนในการลดจำนวนคอเลสเตอรอลที่เกาะตามผนังหลอดเลือดได้ด้วย
   
          ขณะที่การศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยังพบว่า สารแอนโธไซยานินส์ในสีแดงสดของผลสตรอว์เบอร์รีก็มีส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงโรคหัวใจ เพราะจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติช่วยป้องกันเซลล์ในร่างกาย และช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรงได้อีกทาง

4. ลดความดันโลหิต

   
          การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ The American Journal of Clinical Nutrition พบว่า สารฟลาโวนอยด์ในผลไม้ตระกูลเบอร์รีทุกชนิดสามารถช่วยป้องกันความดันโลหิตสูงและช่วยลดระดับความดันโลหิตได้ เนื่องจากสตรอว์เบอร์รีก็มีโพแทสเซียมและแมกนีเซียมซึ่งเป็นสารสำคัญที่ช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตของเราให้อยู่ในจุดสมดุลนั่นเอง

5. บำรุงและดูแลสุขภาพตา
   
          สารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซีในสตรอว์เบอร์มีส่วนช่วยป้องกันโรคต้อ และชะลอความเสื่อมของดวงตาจากการถูกรังสียูวีทำลายได้ นอกจากนี้วิตามินซียังเป็นสารอาหารสำคัญของการบำรุงดูแลเลนส์ตาและกระจกตาของเราให้สมบูรณ์แข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อโรคและความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับดวงตาของเรา

6. ช่วยลดน้ำหนัก
   
          สตรอว์เบอร์รีมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มการผลิตฮอร์โมนอะดิโปเนกติน (Adiponectin) และฮอร์โมนเลปติน (Leptin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยเร่งระบบการเผาผลาญ จัดการไขมันสะสมในร่างกายได้อยู่หมัด ฉะนั้นสาว ๆ ที่อยากลดน้ำหนักให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น ก็ไม่ควรพลาดสตรอว์เบอร์รีด้วยประการทั้งปวง
   
          อ้อ ! มีอีกอย่างที่อยากบอกให้สบายใจ สตรอว์เบอร์รีประมาณ 9 ผลให้พลังงานอยู่ที่ 58 กิโลแคลอรีเท่านั้นเองค่ะ

7. บำรุงผิวให้เปล่งปลั่ง ดูอ่อนกว่าวัย
   
          ผลการศึกษาจาก American Journal of Clinical Nutrition เผยว่า วิตามินซีที่มีอยู่เยอะในสตรอว์เบอร์รีก็มีส่วนช่วยลดริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และความแห้งกร้านของผิวพรรณที่เกิดจากความเสื่อมตามอายุได้ด้วยนะจ๊ะสาว ๆ

8. แก้ท้องผูก
   
          สตรอว์เบอร์รีเพียง 9 ผลก็มีไฟเบอร์ราว ๆ 3.4 กรัมแล้วนะคะ ซึ่งไม่เพียงเท่านั้น เพราะในสตรอว์เบอร์รีก็ยังมีกรดโฟลิก กรดที่ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย จึงช่วยแก้ปัญหาท้องผูกให้กับเราได้ แต่ทั้งนี้ก็ควรกินผัก-ผลไม้อื่น ๆ ร่วมด้วย เพื่อให้ร่างกายได้รับใยอาหารที่หลากหลาย โดยเฉพาะคนที่มีอาการท้องผูกหนักมาก ๆ

9. เป็นผลไม้ต้านมะเร็ง
   
          American Cancer Society เผยประโยชน์ดี๊ดีของสตรอว์เบอร์รีมาว่า ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) หรือสารพฤกษเคมี บวกกับวิตามินซี และแร่ธาตุดี ๆ อีกหลายชนิดในสตรอว์เบอร์รี ก็มีส่วนสำคัญในการต้านเซลล์มะเร็ง และมีสรรพคุณบำบัดโรค โดยเฉพาะคุณสมบัติป้องกันโรคมะเร็งเต้านมของคุณสาว ๆ

10. ลดการอักเสบในร่างกาย
   
          คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเผยผลการศึกษามาว่า ผู้หญิงที่กินสตรอว์เบอร์รีสัปดาห์ละ 16 ผลขึ้นไป จะมีแนวโน้มเสี่ยงต่ออาการอักเสบลดลง โดยเฉพาะอาการข้อต่ออักเสบ โรคเกาต์ หรือโรคข้อเสื่อม เนื่องจากสตรอว์เบอร์รีมีสารต้านอนมูลอิสระค่อนข้างสูง และยังมีสารพฤกษเคมีที่มีคุณสมบัติล้างกรดยูริกอันเป็นกรดที่กระตุ้นให้เกิดโรคข้อต่าง ๆ ได้

11. บำรุงสมอง

          ความเสื่อมของเส้นประสาทและประสิทธิภาพการทำงานของสมองมีสาเหตุมาจากอนุมูลอิสระที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นตามอายุของเรา แต่เราเองก็สามารถป้องกันความเสื่อมสภาพของสมองได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงอย่างสตรอว์เบอร์รีนี่เองค่ะ

12. ป้องกันปัญหาสุขภาพฟัน

          อย่างที่ทราบกันดีว่าสตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้มีวิตามินซีสูง ซึ่งในวิตามินซีก็มีกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic acid) ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน อีกทั้งในสตรอว์เบอร์รียังมีโพลีฟีนอล ที่ช่วยลดการสะสมของคราบพลัคพร้อมทั้งมีคุณสมบัติบำรุงสารเคลือบฟันของเราได้อีกทางด้วยนะคะ

          ประโยชน์ของสตรอว์เบอร์รีจัดเต็มกับสุขภาพของเราจริง ๆ ทว่าหากใครคิดว่าการกินสตรอว์เบอร์รีเพียว ๆ เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยถนัดสักเท่าไร งั้นเราขอทื้งท้ายกันด้วยเมนูสตรอว์เบอร์รีให้คุณ ๆ ตามนี้

          - สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ขนมแสนหวานสำหรับวัยใส
          - สตรอว์เบอร์รีชีสพาย สูตรขนมง่าย ๆ จากวัตถุดิบโครงการหลวง
          - เคล็ดลับทำสตรอว์เบอร์รีเคลือบช็อกโกแลต เมนูนี้น่ารักอะ
          - สตรอว์เบอร์รีโยเกิร์ต เมนูเย็นฉ่ำกินเพลินไม่ต้องกลัวอ้วน
          - สตรอว์เบอร์รีโยเกิร์ตพุดดิ้ง เนื้อนุ่มนิ่มทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
          - ยำสตรอว์เบอร์รีกุ้งกรอบหมูสับ เมนูยำสีสวยสุดครีเอทไม่ลองไม่รู้
          - 20 ไอเดียทำเมนูสุดอร่อยจากสตรอว์เบอร์รี

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กองโภชนาการ กรมอนามัย
สำนักงานเกษตร อำเภอสะเมิง
Best Health Mag
Eating Well
http://health.kapook.com/view162653.html
เครดิตภาพ  http://health.kapook.com/view162653.html

Thursday, December 15, 2016

9 ฝันร้ายทำนายได้ ลึก ๆ ในจิตใจ มีความผิดปกติอะไรซ่อนอยู่




          ในบางครั้งฝันร้ายอาจไม่ใช่แค่ลางบอกเหตุ แต่เป็นจิตใต้สำนึกลึก ๆ ในใจที่สะท้อนออกมาว่าเรากำลังมีปัญหาทางสุขภาพจิตไม่มากก็น้อย

           ฝันร้าย อยู่บ่อย ๆ จนทำให้นอนไม่หลับ หากใครกำลังเจอปัญหานี้ อยากให้ลองมาทำนายฝันกันอีกทีเพื่อเช็กสุขภาพจิตในเบื้องต้นดูก่อน เพราะจริง ๆ แล้วปัญหาสุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวเราเลยค่ะ และขอชี้แจงให้เข้าใจตรงกันก่อนด้วยว่า คนที่มีปัญหาสุขภาพจิตไม่ใช่คนบ้า เพียงแต่กำลังประสบภาวะเครียดมาก หรืออาจมีความกังวลกับบางเรื่องจนกระทบกับสภาวะทางด้านจิตใจก็เป็นได้ ซึ่งเราสามารถเช็กอาการเบื้องต้นเองง่าย ๆ จากการทำนายฝันตามนี้เลย

1. ฝันว่าโดนไล่ล่า
   
           หากมักจะฝันว่าถูกตามล่า หรือในฝันเห็นตัวเองวิ่งหนีอะไรสักอย่างแบบสุดชีวิต ทว่าสุดท้ายก็เหมือนจะหนีไม่พ้น ทั้ง ๆ ที่บางครั้งก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังวิ่งหนีอะไร

           ทำนายฝัน : ในทางจิตวิทยาหมายความว่า คุณอาจกำลังมีปัญหาชีวิตด้านความรัก อดีตที่ฝังใจ หรือปัญหาการงานใด ๆ ที่ไม่สามารถสลัดให้หลุดพ้นได้ในตอนนี้ ซึ่งเรื่องที่กำลังกังวลอยู่ก็รบกวนจิตใจคุณมาก ๆ จนสมองสั่งให้มาระบายความเครียดเป็นความฝันดังกล่าว

           วิธีแก้ : ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Addictive Behaviors เมื่อปี 2003 เสนอวิธีแก้ฝันร้ายแนวนี้มาว่า หนทางเดียวที่จะป้องกันไม่ให้เกิดฝันร้ายเรื่องเดิม ๆ ซ้ำอีกครั้ง คือการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงให้เรียบร้อย หรือถ้าเป็นเรื่องที่เกินกว่าความสามารถเราจะแก้ไขได้ การเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัญหาอย่างมีสติจะช่วยลดความตึงเครียดและความวิตกกังวลในใจของเราได้

2. ฝันว่าฟันหลุด ฟันโยก
   
           ฝันว่าฟันหลุดเป็นซี่ ๆ ฟันร่วงกราวเหมือนโดมิโน่ หรือในฝันเห็นว่าฟันตัวเองแตก มีสภาพไม่เหมือนเดิม

           ทำนายฝัน : ฟันเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นใจ และพลังของตัวเรา ซึ่งหากฝันว่าเกิดความผิดปกติกับฟันจนน่าตกใจ ในทางจิตวิทยาทำนายว่า ตัวคุณเองกำลังรู้สึกสั่นคลอน เหมือนขาดความมั่นใจในตัวเองอย่างมาก โดยเฉพาะหากความไม่มั่นใจนั้นมีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอก มีเหตุการณ์บางอย่างหรือใครบางคนทำให้รู้สึกเช่นนั้น ความฝันเหล่านี้มักจะโผล่มาให้เราเห็นอยู่บ่อย ๆ

           วิธีแก้ : มีการศึกษาชิ้นหนึ่งกล่าวว่า การแกล้งทำเป็นเหมือนมั่นใจในตัวเองจะนำพาให้ความมั่นใจเกิดขึ้นกับเราจริง ๆ ดังเช่นผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่แสดงให้เห็นว่า การแสดงออกถึงความมั่นใจ เช่น การเดินหลังตรง เชิดหน้าขึ้นเล็ก ๆ หรือการมองสบตาคู่สนทนาแบบตรง ๆ ภาษากายเหล่านี้จะสื่อไปถึงสมอง ส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความรู้สึกมั่นใจและเพิ่มความรู้สึกแข็งแกร่งออกมา เป็นการเรียกคืนความมั่นใจในตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง แล้วฝันร้ายทำนองนี้ก็จะลางเลือนไปในที่สุด

3. ฝันว่าอยากเข้าห้องน้ำหนักมาก แต่หาห้องน้ำไม่เจอ
   
           ใครมักจะฝันว่าปวดปัสสาวะ ปวดถ่ายหนักมาก ๆ แต่วิ่งหาห้องน้ำเท่าไรก็ไม่เจอ หรือไม่ก็เจอห้องน้ำแต่เป็นห้องน้ำที่ไม่สามารถใช้งานได้ สุดท้ายก็ต้องทนอั้นอยู่อย่างนั้นจนสะดุ้งตื่น

           ทำนายฝัน : ความฝันในลักษณะนี้ทางหลักจิตวิทยาจะหมายถึงการแสดงออกของภาวะกดดันที่อยู่ลึก ๆ ในจิตใจ การต้องเผชิญกับสถานการณ์อะไรก็ตามที่เราต้องตกเป็นฝ่ายรอง เป็นภาวะจำยอมที่จริง ๆ แล้วคุณอยากหลุดพ้นใจจะขาด หรือเป็นภาวะความรู้สึกของการต้องเก็บกดอารมณ์ความต้องการที่แท้จริงเอาไว้กับตัวเงียบ ๆ เช่น การมีเพื่อนหรือคนใกล้ตัวที่ชอบเอารัดเอาเปรียบ การจมอยู่กับความรู้สึกอยากผอมแต่ไม่ยอมลดความอ้วนสักที เป็นต้น

           วิธีแก้ : นักจิตวิทยาแนะนำว่า หากต้องตกอยู่ในสภาวะดังกล่าว ลองพิจารณาดูว่าคุณสามารถพลิกสถานการณ์ให้เป็นคนคุมเกม หรืออย่างน้อย ๆ จะทำอะไรบางอย่างเพื่อเติมเต็มความต้องการของตัวเองได้ไหม เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยเหมือนกันที่มองข้ามความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง แต่กลับเลือกใช้ชีวิตตามความต้องการของคนอื่น ซึ่งเป็นการนำพาตัวเองมาสู่ภาวะกดดันโดยที่เราก็ไม่รู้ตัว ฉะนั้นการแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดคือการเอาชนะใจตัวเองให้ได้เสียก่อน

4. ฝันว่าตัวเองเดินแก้ผ้า
   
           ในฝันจะเห็นตัวเองยืนโป๊เปลือยอยู่ท่ามกลางฝูงชน แต่เหมือนจะไม่เป็นที่สนใจของคนอื่น ๆ ทว่าในฝันนั้นคุณรู้สึกอับอายขายขี้หน้ามาก ๆ

           ทำนายฝัน : คุณกำลังหาตัวเองไม่เจอ ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร หรือกำลังทำอะไรอยู่ แต่อีกนัยหนึ่งอาจหมายถึงความหวาดกลัวจะถูกเปิดโปง หรือความกดดันจากการถูกใส่ร้าย โดนคนอื่นเข้าใจตัวคุณเองแบบผิด ๆ หรือหากในฝันคุณเห็นคนรู้จักยืนโป๊เปลือย นั่นอาจหมายความว่า ลึก ๆ แล้วคุณกลัวเขาจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ซึ่งเป็นด้านที่คุณไม่อยากจะรับรู้ออกมา

           วิธีแก้ : การเปิดใจพูดคุยกับใครสักคนอย่างหมดเปลือกจะช่วยให้คุณแก้ปัญหานี้ได้ หรืออย่างน้อยความกังวลในใจก็จะเบาบางลงไปในที่สุด

5. ฝันว่าทำข้อสอบไม่ได้
   
           เป็นฝันที่ย้อนช่วงเวลาไปยังตอนทำข้อสอบ ในฝันนั้นคุณรับรู้ได้ว่าตัวเองไม่พร้อมกับการทำข้อสอบมาก ๆ หรือจู่ ๆ ก็พบว่าคุณครูเรียกให้สอบแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยขึ้นมา ก่อให้เกิดความกังวลใจว่าจะทำข้อสอบไม่ได้แน่ ๆ

          ทำนายฝัน : นักจิตวิทยาจะเดาก่อนว่าคนที่ฝันแนว ๆ นี้น่าจะเป็นคนที่รักความสมบูรณ์แบบขั้นสุด และเขากำลังรู้สึกเป็นกังวลถึงขีดความสามารถของตัวเองอย่างรุนแรง หรือบางคนอาจฝันทำนองนี้เนื่องจากรู้สึกเครียดมาก ๆ ก็เป็นได้

          วิธีแก้ : ลองหาวิธีคลายเครียดให้ตัวเองสักหน่อย หรือไม่ก็อยู่ห่างจากสิ่งที่ทำให้เครียดไปสักพัก นอกจากนี้ควรพยายามทำใจยอมรับความผิดพลาดและความล้มเหลวให้ได้ เพื่อลดภาวะกดดันตัวเองจนเครียดเกินไป

6. ฝันว่าบินได้
   
           ไม่ว่าจะฝันว่าตัวเองนอนหลับบนเครื่องบิน หรือฝันว่าบินอยู่เหนือท้องฟ้าแข่งกับซูเปอร์แมนจริง ๆ ก็ตาม แสดงว่าลึก ๆ แล้วคุณรู้สึก...

           ทำนายฝัน : ขาดความมั่นใจในตัวเอง หรือเป็นความกดดันจากการถูกกีดกัน ถูกขัดขวางให้ทำอย่างที่ใจอยากทำไม่ได้ คล้าย ๆ จะเป็นความรู้สึกขัดอกขัดใจอย่างรุนแรง หรืออีกนัยอาจเป็นความรู้สึกอยากมีอิสระ อยากมี อยากเป็นมากกว่าที่มี ที่เป็นอยู่ในตอนนี้

           วิธีแก้ : การโฟกัสอะไรเพียงสิ่งเดียวอาจทำให้คุณพลาดโอกาสที่จะมองเห็นสิ่งอื่น ๆ ก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจไม่ถนัดในบางสิ่ง ไม่เก่งในบางเรื่อง แต่มันไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่ได้เรื่องสักอย่างนี่นา เพราะคุณอาจมีความสามารถในด้านอื่น ๆ ที่คุณยังไม่เคยค้นพบตัวเองเลยก็ได้ ดังนั้นอย่ามัวแต่มองไปที่เป้าหมายเดียว ไม่ลองหาทางเลือกอื่น ๆ ให้ชีวิตดูบ้างล่ะ

7. ฝันว่าตกจากที่สูง
   
           ฝันว่าเดินตกบันได ตกเหว หรือพลาดตกตึก แล้วสะดุ้งตื่น

           ทำนายฝัน : การฝันว่าตกจากที่สูงสามารถแบ่งออกได้ 2 ลักษณะ คือ อาการนอนกระตุก ซึ่งเป็นภาวะการกระตุกของกล้ามเนื้อในช่วงที่เราหลับ แต่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กับการฝันว่าตกจากที่สูงเนื่องจากภาวะเครียดจากการรอคอยอะไรบางอย่าง รวมทั้งความกังวลในสิ่งที่คาดหวังเอาไว้ หรืออาจเป็นเพราะชีวิตช่วงนี้กำลังขาดความมั่นคงอย่างหนัก เช่น กำลังจะตกงาน กำลังหางานใหม่ หรือต้องเจอกับสถานการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา เป็นต้น

           วิธีแก้ : American Psychological Association แนะนำให้เปลี่ยนบรรยากาศให้ตัวเองได้เจอกับอะไรใหม่ ๆ การหากิจกรรมสนุก ๆ ทำ อย่างไปมีทติ้งกับเพื่อนฝูง เพื่อเบี่ยงเบนให้ตัวเองลดความคาดหวังที่มีอยู่ลงบ้างไม่มากก็น้อย หรือหากอาการยังไม่ดีขึ้น ยังฝันร้ายติด ๆ กัน แนะนำให้ไปปรึกษาจิตแพทย์จะดีที่สุด

8. ฝันว่าควบคุมรถไม่ได้ ฝันว่าเกิดอุบัติเหตุกับรถ
   
           ในฝันจะเหมือนเราขับรถแล้วเบรกไม่อยู่ ทำยังไงก็หยุดรถไม่ได้ และในที่สุดรถก็เกิดอุบัติเหตุจนสะดุ้งตื่น

           ทำนายฝัน : ในทางจิตวิทยา รถจะเปรียบกับหางเสือของการดำเนินชีวิต หากในฝันเราไม่สามารถควบคุมรถได้ กำหนดเส้นทางที่จะไปไม่ได้ นั่นก็สะท้อนให้เห็นว่าคุณเองก็รู้สึกว่าช่วงนี้ชีวิตไม่เข้ารูปเข้ารอย อะไรก็ไม่เป็นดั่งใจไปซะหมด เหมือนเราไม่สามารถควบคุมสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นปกติสุขได้เลย ซึ่งนั่นแปลได้ว่าคุณกำลังขาดความสุขกับการใช้ชีวิตอยู่ ณ ตอนนี้

           วิธีแก้ : หากอับจนหนทางไม่รู้จะแก้ปัญหาชีวิตที่เกิดขึ้นอย่างไร การได้เข้าไปปรึกษากับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์จะช่วยให้คุณเรียนรู้วิธีลดความเครียดของตัวเองได้อย่างถูกต้อง

9. ฝันว่าตื่นสาย ไปไม่ทันนัด
   
           ในชีวิตจริงคุณอาจเป็นคนตรงต่อเวลา แต่ในฝันกลับพบว่าตัวเองไปทำงานสาย โดนเจ้านายดุ หรือไปนัดเพื่อนเลทมาก ๆ จนน่าเกลียด และในฝันนั้นคุณก็รู้สึกวิตกกังวลมากเลยทีเดียว

           ทำนายฝัน : ความฝันในทำนองนี้ส่อถึงความวิตกกังวลของคนที่กำลังจะเจอเรื่องใหม่ ๆ ความวิตกกังวลในสิ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นกับชีวิตมาก่อน รวมไปถึงความไม่มั่นใจในตัวเองด้วย ยกตัวอย่างเช่น กำลังจะเริ่มงานใหม่ในวันรุ่งขึ้น คืนนี้คุณจึงฝันว่าตัวเองไปทำงานสาย หรือวันพรุ่งนี้จะเป็นวันสำคัญมาก ๆ ก็มักจะฝันแบบนี้กันบ่อย ๆ

           วิธีแก้ : สงบจิตสงบใจตัวเองให้ดี และพยายามแชร์ความตื่นเต้น ความวิตกกังวลกับคนรอบข้าง เพื่อเป็นการบรรเทาความกังวลที่มีอยู่ไปในตัว

           นอกจากสภาวะทางจิตใจที่ไม่ค่อยมั่นคงแล้ว การที่เรานอนฝันร้ายอาจเป็นเพราะพฤติกรรมบางอย่างของตัวเองด้วยนะคะ เช่นนี้เป็นต้น

           - ฝันร้าย สาเหตุนอนไม่หลับอาจเกิดจากการกิน 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
prevention
dreams
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/explore/tumblr-bedroom/