Friday, January 9, 2015

นิสัยแบบไหน แนวดนตรีช่วยบอกได้




          ใครจะเชื่อว่าแนวดนตรีที่ชอบฟังกันนั้นส่งผลโดยตรงกับอุปนิสัยและความคิด ว่าแต่คุณชอบฟังดนตรีแนวไหนเอ่ย ลองสำรวจตัวเองกันดูค่ะ
 

          หลายคนคงจะเคยให้ยินถ้อยประพันธ์ที่ว่า "ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก" กันมาบ้างใช่ไหมคะ นั่นเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นชัดเจนเลยว่า ไม่ว่าจะเป็นใครก็ย่อมต้องชื่นชอบในเรื่องของดนตรี และที่สำคัญ ดนตรีก็เปรียบเสมือนกับภาษาหนึ่งที่ทำให้เราได้เข้าใจกันและกัน ถึงแม้ว่าจะต่างเชื้อชาติหรือภาษา
 

          ทั้งนี้ดนตรีไม่ได้มีประโยชน์ในเรื่องของความรู้สึกเท่านั้น แต่ในการศึกษาล่าสุดของศาสตราจารย์ เอเดรียน นอร์ท (Adrian North) แห่งมหาวิทยาลัยแฮเรียต-วัตต์ (Heriot-Watt University) ในเอดินบะระ ประเทศสหราชอาณาจักร ซึ่งถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย Heriot-Watt University  ได้แสดงให้เห็นว่าแนวดนตรีที่ชอบ สามารถแสดงถึงอุปนิสัยและความคิดได้ ซึ่งวันนี้กระปุกดอทคอมจะหยิบยกเอาเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังค่ะ ใครอยากรู้ว่าดนตรีแต่ละประเภทบอกถึงลักษณะนิสัยอย่างไรบ้างต้องรีบอ่าน แล้วคุณจะรู้สึกทึ่งถึงความมหัศจรรย์ของดนตรีมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

            ศาสตราจารย์ เอเดรียน นอร์ท ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีจิตวิทยา ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับรสนิยมในการฟังดนตรีและความเชื่อมโยงกับลักษณะนิสัย ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมเพลงป๊อปกับพฤติกรรมเบี่ยงเบนในวัย รุ่น พฤติกรรมของผู้บริโภคกับดนตรี และบทบาทของดนตรีที่มีผลต่อชีวิตประจำวัน ซึ่งใช้เวลาศึกษาถึง 3 ปี โดยทำการสอบถามกับคนมากกว่า 36,000 คน ในมากกว่า 60 ประเทศ เพื่อกำหนดขอบเขตของแนวดนตรีในการอ้างอิง และประเมินลักษณะนิสัย ซึ่งผลศึกษาพบว่าผู้ที่ชอบแนวดนตรีดังต่อไปนี้จะมีอุปนิสัยดังนี้
 

บลูส์ (Blues)

          มีความเคารพตนเองสูง ความคิดสร้างสรรค์ เข้ากับคนอื่นได้ง่าย อ่อนโยน และมีชีวิตชีวา

แจ๊ส (Jazz)

          มีความเคารพนับถือตนเองสูง และมีความสร้างสรรค์ เข้ากับคนอื่นได้ง่าย เปิดเผย

คลาสสิก (Classical)

          มีความเคารพตนเองสูง มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นคนเก็บตัว เปิดเผย แต่มักจะสนใจแต่เรื่องของตนเอง

แร็พ (Rap)

          มีความเคารพตนเองสูง และเข้ากับคนอื่นได้ง่าย

โอเปรา (Opera)

          มีความเคารพตนเองสูง มีความคิดสร้างสรรค์ และอ่อนโยน

คันทรีและเพลงสไตล์ตะวันตก (Conutry and western)

          มีความขยันขันแข็ง และเข้ากับคนอื่นได้ง่าย

เรกเก้ (Reggae)

          มีความเคารพตนเองสูง มีความคิดสร้างสรรค์ ขยันขันแข็ง เข้ากับคนอื่นได้ง่าย อ่อนโยน และเปิดเผย

แดนซ์ (Dance)

          มีความคิดสร้างสรรค์ และเข้ากับคนอื่นได้ง่าย แต่ไม่มีความอ่อนโยน ละเอียดอ่อน

อินดี้ (Indie)

          มีความคิดสร้างสรรค์ แต่มีความเคารพในตัวเองต่ำ ไม่มีความขยัน และไม่อ่อนโยน

บอลลีวู้ด (Bollywood)

          มีความคิดสร้างสรรค์และเข้ากับคนอื่นได้ง่าย

เฮฟวีเมทัล (Heavy Metal)

          มีความคิดสร้างสรรค์ อ่อนโยนและมีชีวิตชีวา แต่มีความเคารพตัวเองต่ำ ไม่มีความขยัน และเข้ากับคนอื่นได้ยาก

ร็อก แอนด์ โรล (Rock ‘n’ roll)

          มีความเคารพตัวเองสูง และมีความคิดสร้างสรรค์มากมาย ขยันขันแข็ง เข้ากับคนอื่นได้ง่าย แต่ไม่ค่อยมีน้ำใจ

โซล (Soul)

          มีความเคารพตนเองสูง ความคิดสร้างสรรค์ เข้ากับคนอื่นได้ง่าย อ่อนโยน และเปิดเผย

ชอบเพลงฮิตติดชาร์ต

          มีความเคารพในตัวเองสูง ขยัน เข้ากับคนอื่นได้ง่าย และอ่อนโยน แต่ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ และค่อนข้างปิดตัวเอง

 
           จากการศึกษานี้ทำให้เห็นว่า คนที่ฟังเพลงบางแนวก็มีอุปนิสัยที่คล้ายคลึงกัน ตัวอย่างเช่น คนที่ฟังเพลงแนวคลาสสิกและเฮฟวีเมทัล โดยคนที่ชอบฟังดนตรีแนวเฮฟวีเมทัลจะใช้ชีวิตด้วยความหดหู่ เป็นอันตรายต่อตนเองและสังคม แต่ลึก ๆ แล้วก็เป็นคนที่มีความละเอียดอ่อน คล้าย ๆ กับคนที่นิยมฟังเพลงคลาสสิก รวมทั้งมีการศึกษาพบอีกว่า ผู้ที่ชอบฟังเพลงเฮฟวีเมทัล ในช่วงวัยรุ่นจะชอบฟังเพลงคลาสสิกเมื่อแก่ตัวลง ทำให้ศาสตราจารย์นอร์ทเชื่อว่าทั้งสองแนวเพลงนี้มีบางสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกผู้ฟังเหมือนกัน  


          นอกจากนี้การวิจัยยังได้ค้นพบความคล้ายคลึงกันระหว่างรายได้และรสนิยมในการเลือกฟังดนตรีอีกด้วย โดยผู้ที่มีรายได้น้อยจะเพลิดเพลินกับการฟังเพลงที่มีจังหวะปานกลางหรือช้า ในขณะที่คนที่มีฐานะดีจะชอบฟังเพลงที่มีความตื่นเต้นมากกว่า 

 

          ไม่เพียงเท่านั้น จากการศึกษายังทำให้ได้เห็นว่า คนเรามักจะกำหนดตัวตนของตัวเอง และความสัมพันธ์ที่มีต่อผู้อื่นจากแนวเพลงที่ฟัง หรือแม้แต่ไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิต อย่างเช่นการแต่งตัว สถานที่ท่องเที่ยว หรือแม้ภาษาพูดที่มักจะใช้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าหากสิ่งเหล่านี้จะเชื่อมโยงกับแนวดนตรีที่ชอบนั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเชื่อว่าดนตรีมีความผูกพันกับการใช้ชีวิตของคนอย่างมาก ตัวอย่างเช่นถ้าหากในห้างสรรพสินค้าเปิดเพลงช้า จะทำให้คนใช้เวลาในการเดินดูสินค้ามากขึ้น และใช้จ่ายมากขึ้นโดยเฉลี่ย 10-20%

          ทราบกันอย่างนี้แล้วเราก็คงจะปฏิเสธกันไม่ได้แล้วล่ะค่ะว่าดนตรีมีอิทธิพลต่อชีวิตของคนเรามากแค่ไหน ไม่เพียงแค่ช่วยทำให้เราผ่อนคลายได้เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อหลาย ๆ อย่างในชีวิตเราได้อย่างน่าอัศจรรย์เลยล่ะ แต่ถ้าหากคุณรู้สึกว่าอุปนิสัยของคุณอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไร บางทีการลองเปลี่ยนแนวเพลงที่ฟังก็อาจจะทำให้อุปนิสัยของเราเปลี่ยนก็ได้นะ 
 


No comments:

Post a Comment