Tuesday, June 21, 2016

15 ทริคดูแลเสื้อผ้าให้สะอาด มั่นใจไร้กลิ่นอับรบกวนในหน้าฝน




         ทริคดูแลและทำความสะอาดเสื้อในช่วงหน้าฝน แม้จะไม่มีแดดแต่ก็ยังสะอาดปราศจากกลิ่นอับชื้น คืนความสดชื่นให้คุณสวมใส่เสื้อผ้าได้อย่างมั่นใจ
 

        เมื่อย่างเข้าสู้หน้าฝน คงไม่มีปัญหาอะไรใหญ่โตเท่ากับการซักทำความสะอาดเสื้อแล้วล่ะจริงไหมคะ ? กระปุกดอทคอมจึงไม่อยากให้คุณต้องทนสวมใส่เสื้อผ้าที่มีกลิ่นเหม็นอับและไม่ สะอาด ด้วยการนำทริคดูแลเสื้อผ้าในช่วงหน้าฝนมาฝากกันค่ะ ที่จะช่วยกำจัดคราบสกปรกและกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์บนเสื้อผ้าได้อย่างดี เยี่ยม จะสวมใส่เสื้อผ้าไปไหนมาไหนในหน้าฝนนี้ ก็ไม่มีเรื่องให้ต้องกังวลใจอีกต่อไป

1. ไม่ควรซักผ้าทุกครั้งหลังใส่

        จะซักผ้าอะไรกันบ่อย ๆ ชนิดที่ว่า ถอดออกเมื่อไรโยนใส่เครื่องซักผ้าซักเลย เพราะเนื้อผ้าบางชนิดไม่ต้องการการทำความสะอาดบ่อยเกินไป มิเช่นนั้นเนื้อผ้าอาจจะยืดและย้วยเอาได้ หรือบางครั้งซักแล้วตากผ้าตอนฝนตกพอดีก็จะเกิดกลิ่นเหม็นอับอีก ที่สำคัญเป็นพฤติกรรมที่ทำให้เปลืองน้ำ เปลืองไฟ และเปลืองอุปกรณ์ซักผ้าอีกต่างหาก ดังนั้นควรจัดแยกชนิดผ้าก่อนว่าควรซักอย่างไรและควรซักตอนไหนจะดีกว่าค่ะ

2. ทำความสะอาดส่วนที่เปื้อนก่อนซักจริง

        การซักผ้าในเครื่องซักผ้าไม่ได้หมายความว่าเสื้อผ้าจะสะอาดหมดจดทุกซอกทุก มุม ฉะนั้นจึงควรที่จะตรวจดูคราบเปื้อนบนเสื้อผ้าแต่ละชิ้น เพื่อทำความสะอาดจุดคราบเปื้อนนั้น ๆ ก่อนนำเข้าเครื่องซักผ้า เช่น ส่วนใต้วงแขนหรือจุดที่เปื้อนคราบสกปรก

3. ซักกางเกงยีนส์หลังใส่มา 6 ครั้ง

        แม้ว่ากางเกงยีนส์จะซักยากขนาดไหน แต่ก็จำเป็นต้องซักอยู่ดี มิเช่นนั้นอาจจะเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ตามติดคุณไปทุกที่ทุกเวลา หลังใส่กางเกงยีนส์มา 6 ครั้งก็ให้นำไปซักหรือซักเลยทันทีเมื่อเปื้อนคราบสกปรก

4. ไม่ต้องซักสูททุกครั้งหลังใส่ก็ได้

        บางครั้งการซักเสื้อสูทบ่อย ๆ อาจจะทำให้สูทเสียทรงไปเลยก็ได้นะคะ เอาเป็นว่าเสื้อสูทตัวไหนที่ไม่ได้ใส่บ่อย ก็ให้นำมากลับเอาด้านในออกข้างนอก แล้วนำไปตากให้โดนลมและแสงแดด เพื่อกำจัดความอับชื้นก็พอค่ะ

5. ไม่ควรซักชุดนอนบ่อยเกินไป

        ชุดนอนทำมาจากเนื้อผ้าที่อ่อนโยนเพื่อให้สะดวกสบายเวลาใส่นอน หากซักทุกครั้งหลังใส่ก็จะทำให้เนื้อผ้าถูกทำลายเอาได้ แนะนำให้ซักชุดนอนหลังใส่มาแล้วประมาณ 2 วัน ก็จะช่วยถนอมใยผ้าให้ใช้งานได้อีกนาน

6. ทำราวตากในบ้าน

        แทบอยากร้องไห้ พอตากผ้าเสร็จฝนก็ตั้งเค้ามาไกล ๆ เลยต้องรีบเก็บผ้าไปกองรวมกันไว้ก่อน แถมยังทำให้เกิดกลิ่นอับชื้นจนต้องซักใหม่ ปัญหานี้แก้ได้ไม่ยาก เพียงแค่ทำราวตากผ้าในบ้านไว้หรืออาจจะใช้ราวตากผ้าแบบเคลื่อนที่ สามารถย้ายกลับเข้ามาตากในที่ร่มได้ ไม่ต้องกองรวมหนีฝนให้อับชื้นอีก

7. ห้ามนำผ้าเปียกชื้นใส่ถุงซักผ้า

        แม้ว่าผ้าเปียกชื้นตัวนั้นจะต้องใส่ถุงผ้าเวลาซักทุกครั้ง แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องนำเข้าไปซักทั้งที่ยังเปียกชื้น เพราะจะทำให้ผ้าตัวอื่น ๆ ในเครื่องเหม็นกลิ่นอับตามไปด้วย ทางที่ดีควรตากให้แห้งก่อนใส่ถุงซักผ้าและนำไปซักรวมกับผ้าชิ้นอื่น ๆ

8. อย่าซักผ้าจำนวนมากในเครื่องซักผ้า

        แม้เวลาในแต่วันจะมีไม่มาก แต่เราก็ไม่ควรรีบเร่งถึงขนาดใส่ผ้าทั้งหมดที่มีลงในเครื่องจนเกินปริมาณที่ เครื่องจะรับไหว มิเช่นนั้นผ้าของคุณก็จะไม่สะอาดอย่างทั่วถึง แถมยังเป็นบ่อเกิดของกลิ่นอับบนเสื้อผ้าที่ยากจะแก้ไขอีกต่างหาก ฉะนั้นควรจะแยกผ้าและแบ่งปริมาณให้พอเหมาะกับขนาดของเครื่องด้วยนะคะ

9. ตากผ้าเลยทันทีเมื่อซักเสร็จ

        หลังสัญญาณเครื่องซักผ้าเตือน อย่าชะล่าช้าใจเอนหลังนอนแล้วปล่อยให้ผ้ารออยู่ในเครื่องต่อไป เพราะขืนปล่อยไว้นาน ๆ ผ้าก็จะส่งกลิ่นเหม็นอับจนทำให้เราต้องซักใหม่อีกรอบ คราวนี้ทั้งเสียเวลาแถมยังเปลืองไฟเปล่า ๆ อีกต่างหาก รีบนำมาตากให้โดนแดดและลม ผ้าจะได้แห้งก่อนที่ฝนฟ้าจะมาเยือน

10. รักษาความสะอาดของเครื่องซักผ้าอยู่เสมอ

        อีกหนึ่งตัวการที่ทำให้ผ้ามีกลิ่นอับในช่วงหน้าฝนนั่นก็คือ สิ่งสกปรกที่หมักหมมอยู่ในเครื่องซักผ้า ดังนั้นหลังซักทำความสะอาดเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าต่อเลยทุกครั้ง ด้วยการใส่เบกกิ้งโซดา 1 ถ้วยตวงลงในช่องผงซักฟอก เปิดเครื่องให้ทำงานด้วยระบบน้ำร้อน แล้วเติมน้ำส้มสายชูลงช่องน้ำยาปรับผ้านุ่ม เมื่อเครื่องทำงานเสร็จก็ต้องเช็ดถูทำความสะอาดตามซอกต่าง ๆ ของเครื่องซักผ้าด้วยนะคะ เพียงเท่านี้ก็จะไม่มีสิ่งสกปรกตกค้างอีกต่อไป

11. จัดเก็บเสื้อผ้าไม่ให้หนาแน่นจนเกินไป

        เสื้อผ้าก็เหมือนคนที่ต้องอยู่ในที่ที่อากาศปลอดโปร่ง ไม่แออัดจนเกินไป มิเช่นนั้นอาจจะทำให้เสื้อผ้าเกิดกลิ่นเหม็นอับตามมา แต่ถ้าหากตู้เสื้อผ้ามีขนาดเล็กบวกกับจำนวนเสื้อผ้าที่มากเป็นพิเศษ แนะนำให้แขวนถุงบุหงาหรือถุงน้ำหอมเพื่อดับกลิ่นอับบนเสื้อผ้าด้วยก็จะดี

12. เก็บหมวกและเข็มขัดไว้กับแผ่นอบแห้ง

        หมวกเป็นเครื่องแต่งกายที่ไม่ต้องซักบ่อยก็จริง แต่หากทิ้งไว้นาน ๆ อาจจะมีเชื้อราขึ้น แนะนำให้นำแผ่นอบแห้งไปวางใกล้ ๆ กับหมวก หรือจะใส่ไว้ในกล่องเดียวกันด้วยก็ดีค่ะ กลิ่นหอม ๆ ของแผ่นอบแห้งจะซึมซับเข้าไปในเนื้อผ้า ช่วยดับกลิ่นอับเหงื่อและป้องกันเชื้อราได้ค่ะ

13. วางชอล์กในตู้เสื้อผ้า ดับกลิ่นอับและลดความชื้น

        ปัญหาที่ตามมาในช่วงหน้าฝนนั่นก็คือ เสื้อผ้าอับชื้นและมีกลิ่นเหม็นอับ แต่ชอล์กเขียนกระดานช่วยคุณได้ แค่นำแท่งชอล์กประมาณ 2 แท่ง ไปวางไว้ในมุมใดมุมหนึ่งของตู้เสื้อผ้าหรือลิ้นชักชุดชั้นใน ก็จะช่วยดูดซับความชื้นและกลิ่นเหม็นอับภายในตู้ให้หายไปได้

14. เบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชูซักผ้าเช็ดตัว

        ถ้าไม่อยากทนใช้ผ้าเช็ดตัวอับ ๆ ชื้น ๆ ให้ระคายผิวในช่วงหน้าฝนนี้ ให้นำผ้าเช็ดตัวลงไปซักในเครื่องซักผ้า โดยเปลี่ยนจากผงซักฟอกให้เป็นเบกกิ้งโซดา และน้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นน้ำส้มสายชูแทน ก็จะกำจัดได้ทั้งกลิ่นอับ ความชื้น และเชื้อรา เพื่อคืนความสดชื่นให้กลับคืนมาอีกครั้ง

15. เครื่องอบผ้าช่วยลดกลิ่นอับและทำให้ผ้าแห้ง

        หากใครไม่มีเวลามากในการแก้ไขปัญหาเสื้อผ้าเหม็นอับ แนะนำให้หยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงบนเสื้อผ้าที่เพิ่งซักเสร็จ จากนั้นก็นำเข้าไปอบในเครื่องอบผ้าให้เรียบร้อย ต่อให้ฝนจะตกติดต่อกันยาวนานแค่ไหน แต่ผ้าของคุณก็จะสะอาดหอมไร้กลิ่นอับ ไม่ต่างจากการตากให้โดนแดดอย่างไรอย่างนั้นเลย

        แม้ ว่าฝนฟ้าเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ แต่เราก็สามารถทำให้เสื้อผ้าสะอาดหอมและไร้กลิ่นอับชื้นได้ ฉะนั้นหากใครที่กำลังเจอปัญหาเหล่านี้อยู่ก็อย่าลืมนำทริคดี ๆ แบบนี้ไปใช้กับเสื้อผ้าของคุณดูนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก couponcloset, Thecrunchymoose และ Homesogood
http://home.kapook.com/view149507.html
เครดิตภาพ  http://home.kapook.com/view149507.html

No comments:

Post a Comment