Friday, April 17, 2015

กฎเหล็กฟิตหุ่นเป๊ะ แล้วจะทึ่งภายใน 6 สัปดาห์ !




3 สิ่งที่ต้องทำ

1. เริ่มตอนนี้

          ไม่มีเวลาไหนเหมาะสมไปกว่าเริ่มต้นออกกำลังกายซะตอนนี้ รวมถึงการดูแลเรื่องโภชนาการของเราด้วย คุณอาจปรึกษากับผู้ให้คำแนะนำด้านสุขภาพของคุณ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณมีสุขภาพที่แข็งแรงสำหรับกิจกรรมฟิตแอนด์เฟิร์มนี้ สำหรับการเริ่มต้น การเดินเร็วหรือการปั่นจักรยานเป็นวิธีที่ดีมาก จากนั้นจึงค่อย ๆ เพิ่มระยะทางและเวลาให้มากขึ้นในวันต่อ ๆ ไป

2. ค่อยเป็นค่อยไปในการออกกำลังกาย

          การออกกำลังกายอย่างหักโหมอาจทำให้เกิดผลลัพธ์สองอย่าง คือคุณอาจจะเลิกเล่นไปเลยเพราะร่างกายปวดล้าเกินจะรับไหว หรือคุณอาจจะทนไหวกับความปวดล้านั้น แต่ความเจ็บปวดก็จะทำให้การออกกำลังกายของคุณไม่เป็นไปตามแผนที่คุณวางไว้อย่างดี

          การตั้งเป้าออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีในแต่ละวันคือจุดเริ่มต้นที่ดี นอกจากนั้น การออกกำลังกายเกือบทุกประเภทสามารถปรับให้เหมาะสมกับระดับความฟิตของแต่ละบุคคลได้

3. ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ และทำให้เป็นแผนระยะยาว

          หากคุณต้องการมีร่างกายที่ฟิตเปรี๊ยะพร้อมโชว์กล้ามท้อง "ซิกแพค" ละก็ (ซิกแพคของสาว ๆ ดูเซ็กซี่ไปอีกแบบ) คุณต้องรักษาระดับไขมันในร่างกายให้อยู่ในระดับที่ต่ำมาก การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณฟิตอยู่ตลอด และจะเป็นการปูทางให้คุณมี "ซิกแพค" อย่างแน่นอน

          การ ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ จะช่วยให้คุณทำตามแผนการออกกำลังกายที่วางไว้ และต้องจำให้ขึ้นใจว่า การมีสุขภาพที่แข็งแรงและกระฉับกระเฉงเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าการมีกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นมัด ๆ

3 สิ่งต้องห้าม

1. อย่าไดเอตอย่างบ้าคลั่ง หรือหักโหมออกกำลังกาย

          น้ำหนักที่ลดลงอย่างรวดเร็วจากการไดเอตอย่างรีบร้อนหรือจากการออกกำลังกายอย่างหักโหม อาจจะล่อลวงให้คนจำนวนมากใช้สองวิธีนี้ในการลดน้ำหนัก ในความเป็นจริง นี่คือสาเหตุหลักของการเกิดโยโย่เอฟเฟกต์ (Yo-Yo Effect) และมักจะทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะคนส่วนใหญ่กลับมากินมากขึ้นกว่าเดิม และกลับไปนอนสบายบนโซฟาหลังจากที่ออกกำลังกายอย่างหนักได้เพียงช่วงเดียว

2. อย่าชั่งน้ำหนักทุกวัน

          ตัวเลขบอกน้ำหนักไม่ใช่ตัวบ่งบอกที่แท้จริงของความสำเร็จในการออกกำลังกาย แทนที่จะดูที่น้ำหนัก คุณควรเน้นไปที่ตัววัดปัจจัยความสำเร็จอื่น ๆ ได้แก่ ระดับการเต้นของหัวใจที่ดีขึ้น หรือความแข็งแรงที่เพิ่มขึ้น โดยวัดจากความสามารถในการยกน้ำหนักได้เพิ่มขึ้น หรือการวัดไขมันและการวัดขนาดของร่างกาย เช่น ข้อมือ สะโพก และท่อนแขน หากพบว่ามีขนาดเล็กลงจะช่วยให้คุณมีกำลังใจ และรู้ว่าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่เริ่มได้ผล

3. อย่าออกกำลังกายโดยไม่มีการวางแผน

          หากคุณออกกำลังกายด้วยตนเองโดยปราศจากความช่วยเหลือของเทรนเนอร์ คุณก็ควรจะทำแผนการออกกำลังกาย และเมื่อร่ายกายของคุณมีการเปลี่ยนแปลง แผนการออกกำลังกายก็ต้องเปลี่ยนด้วย เพื่อให้ร่ายกายได้ปรับตัวไปพร้อม ๆ กับกิจกรรมที่เปลี่ยนไป

          พูดง่าย ๆ ก็คือ หากคุณรู้สึกว่าร่างกายคุณฟิตขึ้น และรู้สึกว่าการออกกำลังที่ทำโดยปกติทำได้ง่ายขึ้นมาก คุณควรจะปรับระดับการออกกำลังกายให้เข้มข้นขึ้นหรือเพิ่มระยะเวลา เพราะมันจะช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายคุณฟิตขึ้นไปอีก ซึ่งตารางการออกกำลังกายจะช่วยให้คุณเช็กตัวเองได้ง่ายขึ้นว่าคุณอยู่ระดับไหนแล้ว

          เราต้องระลึกอยู่เสมอว่าการลดน้ำหนักไม่ใช่สิ่งที่ทำได้เพียงข้ามคืน หากต้องใช้เวลาและความอดทนเพื่อให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพและได้ระดับ ความฟิตที่เราต้องการ การออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไปคือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลสำเร็จในระยะยาว หากคุณทำตามข้อแนะนำของซาแมนธา เคลย์ตัน ภายใน 6 สัปดาห์ คุณจะต้องทึ่งกับความฟิตของร่างกายของคุณ

          อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการออกกำลังกายแล้ว คุณจำเป็นต้องได้รับโภชนาการที่ดีเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดังนั้น มาเริ่ม ต้นออกกำลังกายพร้อม ๆ กับการไดเอตอย่างถูกวิธี เพื่อสร้างร่างกายที่ฟิตแอนด์เฟิร์มกันดีกว่า

แหล่งที่มา  http://health.kapook.com/view116826.html
คัดลอกข้อความบางช่วงบางตอน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

No comments:

Post a Comment