Sunday, August 17, 2014

18 วิธีง่าย ๆ เติมพลังงานให้ตัวเองเมื่อหมดเรี่ยวหมดแรง




         รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หมดเรี่ยวหมดแรงอยู่ใช่ไหม ลองมองหาวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยเพิ่มพลังงานในตัวคุณดูสิ อย่าง 18 เคล็ดลับต่อไปนี้ น่าจะปลุกให้คุณกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง
 

1. กระตุ้นความอยากว่ายน้ำในตัวคุณ

          มีบางอย่างที่มากกว่าเพียงแค่พุ่งตัวลงทะเลอย่างมีความสุข และตอนนี้วิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่า การว่ายน้ำช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นอย่างมาก เพราะการได้ลงไปว่ายน้ำเย็น ๆ ช่วยหลั่งเอ็นดอร์ฟินและทำให้การหมุนเวียนดีขึ้น (รวมทั้งการหมุนเวียนของโลหิตในสมองด้วย) และเพิ่มออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย หากคุณไม่ได้อาศัยอยู่ใกล้ทะเล ก็ให้อาบน้ำเย็น ซึ่งจะให้ผลแบบเดียวกัน

 

2. ลองทำสมาธิสั้น ๆ

          ในการแพทย์แบบตะวันออก การทำสมาธิของจิตใจและร่างกายอย่างเช่น โยคะและชี่กงช่วยให้พลังงานกลับมาสมดุล และทำให้สุขภาพแข็งแรง แต่คุณก็อาจจะไม่จำเป็นที่ต้องฝึกจริงจังมากมายเพื่อเพิ่มพลังให้กับตัวเอง ก็ได้

          "การทำสมาธินั้นทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่นั่งลงเงียบ ๆ สัก 10 นาทีและพุ่งความสนใจในการหายใจ" ดร.แทสนีม บาเทีย แพทย์ด้านการบำบัดแบบองค์รวม กล่าว "เมื่อ คุณเหนื่อยอ่อน การนั่งสมาธิจะทำให้สดชื่นขึ้น แต่หากคุณฝึกนั่งสมาธิอยู่เป็นประจำ คือในตอนเช้า 10 นาที และตอนค่ำอีก 10 นาที ก็จะช่วยเพิ่มพลังโดยรวมขึ้นได้ หากรู้สึกว่าจิตใจยังคิดอะไรมากมาย ก็ปล่อยให้ความคิดล่องลอยเบา ๆ อยู่ในจิตใจแทนที่จะสะกดนิ่งอยู่กับที่ก็พอ มันเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกที่จะให้คุณหยุดคิดทุกสิ่งทุกอย่างไปทั้งหมด"


3.ฟังเสียงกระเพาะของคุณ

          เรื่องนี้ไม่ต้องคิดเลย เพราะหากกระเพาะคุณว่าง คุณก็ไม่มีพลังงานสำรอง เหตุผลก็คือน้ำตาลในเลือด ซึ่งได้มาจากอาหารที่คุณทานเข้าไปคือเชื้อเพลิงที่จะให้แก่เซลล์ต่าง ๆ ดังนั้น อย่าอดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง ให้รับประทานอาหารเช้าที่มีค่าดัชนีไกลซีมิกต่ำ ๆ กากใยอาหาร เพื่อให้มีพลังงานพร้อมอยู่เสมอ

  
 4. ปิดโทรทัศน์

          ยิ่งคุณดูโทรทัศน์มากร่างกายก็ยิ่งเผาผลาญพลังงานน้อยลง และการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร American Journal of Public Health ก็ยืนยันถึงเรื่องนี้ ทุก ๆ ชั่วโมงที่คุณดูโทรทัศน์ ผู้เข้าร่วมการศึกษาจะเดินน้อยลง 144 ก้าวทำให้น้ำหนักตัวค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ ไปเรื่อย ๆ ผลก็คือ ยิ่งน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น ก็จะยิ่งทำให้คุณรู้สึกหมดแรงมากขึ้นเท่านั้น ถ้าทำได้ก็อาจวิ่งสายพานไปพร้อม ๆ กับดูโทรทัศน์ก็จะช่วยให้ได้อะไรหลายอย่างพร้อมกัน


5. รับประทานคาร์โบไฮเดรตที่ถูกต้อง

          หากรู้สึกอยากรับประทานขนมปังกับเนยถั่ว ให้เลือกขนมปังโฮลเกรนแทนขนมปังขาว "แป้งขาวทำให้รู้สึกมีพลังขึ้น แต่ก็จะทำให้คุณรู้สึกหมดเรี่ยวแรงตามมา" ดร.เจค็อป ไทเทลบอม ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเหนื่อยล้าอธิบาย "ธัญพืชที่ขีดสีน้อยจะช่วยให้พลังงานได้อย่างจริงจัง" หากต้องการเริ่มต้นวันด้วยอาหารที่เต็มไปด้วยพลัง ให้รับประทานมัฟฟินโฮลวีท ปวยเล้งสุก มะเขือเทศย่าง และไข่ต้ม ทั้งผักปวยเล้งและมะเขือเทศจะให้วิตามินที่จำเป็น ในขณะที่มัฟฟินที่มีกากใยอาหารสูงและโปรตีนจะช่วยให้รู้สึกอิ่มได้นานขึ้น


6. ร้องเพลงด้วยจิตใจ

          การส่งเสียงดัง ๆ เป็นวิธีที่ดีที่ช่วยให้พลังกลับมา นักวิจัยในลอนดอนพบว่าการร้องเพลงช่วยเพิ่มพลังกระตุ้นและลดความเครียดเกือบ จะเท่า ๆ กับการบริหารหัวใจเลยทีเดียว แต่ขอเตือนให้ระวัง หากมีเพื่อนบ้านที่ไม่ชอบเสียงดัง ก็ลองฝึกการร้องเพลงที่ร้านคาราโอเกะ

 
7. ดื่มเครื่องดื่มที่ให้พลังงาน

          คุณอาจคิดว่าเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล คาเฟอีน จะช่วยคุณได้เวลาที่เหนื่อยอ่อน แต่จากคำกล่าวของ ดร.บาเทีย ระบุว่าข้อเสียของมันมีมากกว่าข้อดี "เครื่องดื่มให้พลังงานทำให้ระดับอินซูลินเพิ่มขึ้นแล้วลดลงอย่างรวดเร็ว กระตุ้นการอักเสบ และทำให้ฮอร์โมนขาดสมดุล" ดังนั้นทางเลือกที่ดีกว่าก็คือหันไปหาชาเขียว ซึ่งอุดมด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด เพิ่มพลังงานและป้องกันหัวใจของคุณ


8. ปลูกผักและผลไม้ธรรมชาติ

          นอกจากจะได้ปลูกผักผลไม้แล้ว การเดินลงไปในดินยังช่วยกระตุ้นทั้งร่างกายและจิตใจให้ดีขึ้น การที่ได้สัมผัสกับดินจะช่วยต่อสู้กับความเครียดออกซิเดทีฟในร่างกาย ซึ่งเป็นตัวการปิดสวิตช์พลังงานในตัวของคุณ "เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในบ้านของคุณล้วนต่ออยู่กับสายไฟแล้วลงดินนอกบ้าน คนเราเองก็ต้องการพื้นดินเช่นกัน" ดร.ไทเทลบอม กล่าว

          "การที่ได้สัมผัสกับดิน ทำให้กระแสบวกไหลออกจากร่างกายและการแสลบไหลมาจากโลกเข้าตัวเรา" หากไม่มีเวลาลงไปคลุกฝุ่นก็ลองเดินเท้าเปล่าบนพื้นหญ้าก็จะให้ผลแบบเดียวกัน นี่เป็นการกลับเข้าหาธรรมชาติได้แบบหนึ่ง


9. เริ่มต้นวันด้วยสิ่งเขียว ๆ

          น้ำปั่นผักช่วยให้พลังได้อย่างไม่จบสิ้น เป็นวิธีที่จะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยสิ่งดี ๆ จากผักใบเขียว (เช่น ผักกาดใบหยิก และผักปวยเล้ง) โพแทสเซียมจากน้ำมะพร้าวและไขมันไม่อิ่มตัวจุดเดียวจากอะโวคาโด

          ต่อไปนี้จะเป็นสูตรน้ำปั่นผักเพื่อพลังงาน ซึ่งทามารา รัสโช ผู้ประสานงานฝ่ายบรรณาธิการของวารสาร Prevention นำเสนอ

          เครื่องปรุง
         
         
ผักปวยเล้งใบเล็ก 1 ถ้วย
         
ผักกาดใบหยิก 1 ก้าน
         
แตงไทย 1 ลูก
         
เซเลอรี 1 ก้าน
         
ขิงหัวเล็ก ๆ 1 หัว
         
น้ำมะนาว 1/2 ลูก
         
อะโวคาโด 1/2 ลูก
         
น้ำมะพร้าว 1 ถ้วย

          วิธีทำ : สับทุกอย่างหยาบ ๆ นำไปใส่ในเครื่องปั่น, ปั่นแล้วก็ดื่มทันที

 

10. กำจัดความกระหายน้ำ

          ตัวคุณก็เหมือนกับรถยนต์ที่จะสะอึกหยุดเมื่อน้ำหมด ร่างกายคุณก็เช่นกันเมื่อมีน้ำน้อยเกินไป พลังงานที่หมดเป็นสัญญาณว่าร่างกายต้องการน้ำ การขาดน้ำทำให้โลหิตไหลเวียนไปสู่อวัยวะต่าง ๆ น้อยลง เป็นผลให้สมรรถภาพลดลง วิธีแก้ก็คือ ดื่มน้ำวันละแปดแก้ว


11. นวดหู

          การนวดใบหูด้านนอกมีผลให้ร่างกายโดยรวมมีพลังขึ้น นั่นเป็นเพราะมันเป็นจุดศูนย์กลางที่เรียกว่า "acupressure meridians" (ซึ่งเป็นทางผ่านของพลัง) ผ่านไปทางริมหูด้านนอก ดร.ไทเทลบอม กล่าวว่า "การนวดหูเป็นการรวมเอากระแสพลังงานเข้าด้วยกันและทำให้พลังงานไหลเวียน" วิธีทำก็คือเอานิ้วหัวแม่โป้งและนิ้วชี้หยิบที่ใบหูแต่ละข้าง จากนั้นนวดขึ้นและลงเป็นเวลา 10 ถึง 30 วินาที เหมือนกับว่ากระตุ้นเปิดสวิตช์พลังงานให้แต่ละข้าง


12. ให้สมองได้ทำงาน

          หากเช็กอีเมลแล้วพยายามจะเขียนรายงาน แต่ไม่มีสมาธิจะทำ เราจะทำอย่างไร? คำตอบก็คือ "การเรียนรู้ที่จะทำอะไรนอกกรอบ" จอห์น คอลด์เวล ผู้เชี่ยวชาญโรคเหนื่อยล้า อธิบายว่า "ยิ่งให้สมองได้ทำงานมากขึ้นเท่าไรก็จะยิ่งมีความสามารถพลิกแพลงอะไรต่อมีอะไรได้มากขึ้น"

 

13. สนุกกับกลิ่นของสะระแหน่

          การศึกษาครั้งหนึ่งในประเทศอังกฤษ พบว่า หมากฝรั่งรสมิ้นท์นอกจากจะช่วยกลบกลิ่นกระเทียมที่คุณเพิ่งทานไปได้แล้ว ยังช่วยให้รู้สึกตื่นตัวขึ้นหลังจากเคี้ยวไป 15 นาที ได้ดีกว่าหมากฝรั่งอื่นที่ไม่มีกลิ่นนี้

          "การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตในสมอง" แอนดี้ สมิธ ผู้เขียนบทความการศึกษานี้กล่าว "แล้วยังกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติซึ่งไปเพิ่มความตื่นตัวขึ้นด้วย" ขอให้แน่ใจด้วยว่าเลือกหมากฝรั่งกลิ่นมิ้นท์แทนที่จะเป็นพวกรสผลไม้ สะระแหน่หรือมิ้นท์กระตุ้นแขนงประสาทคล้ายกับการสาดน้ำเย็นเข้าที่ใบหน้าใน ตอนเช้า


14. เดินให้มากขึ้น

          การเดินก้าวยาว ๆ สัก 10 นาที ช่วยให้การสูบฉีดโลหิตดีขึ้น ในขณะที่การเดิน 30 นาที สามารถเพิ่มพลังงานของคุณได้ 85% และผลที่ได้จะอยู่ได้นานถึง 12 ชั่วโมง เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ว่าการออกกำลังกายดีต่อร่างกายและจิตใจ



15. งีบหลับ

          พอถึงบ่ายสามโมงคุณก็รู้สึกง่วงเหงา หาวนอน การได้หลับตางีบเสียบ้างจะดีสำหรับคุณ การศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดพบว่า การงีบหลับในตอนกลางวัน 30 นาที ช่วยหยุดไม่ให้ระดับพลังงานตกลงไปอีกในขณะที่การนอน 60 นาทีหรือมากกว่านั้น ช่วยเพิ่มพลังและช่วยให้ความคิดความอ่านดีขึ้น หากไม่สามารถนอนหลับระหว่างเวลางานได้ ก็อาจจะขอไปงีบในห้องพยาบาลของที่ทำงานในเวลาพัก หรือหาสนามหญ้าเงียบ ๆ งีบสักครู่



16. แมกนีเซียม

          ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปจำนวนมากไม่ได้รับสารอาหารที่ร่างกายต้องการอย่างเพียงพอ และหนึ่งในสารอาหารที่สำคัญสำหรับพลังงานก็คือแมกนีเซียม ซึ่งเป็นเกลือแร่ที่พบได้ในอาหารหลายอย่างรวมทั้งผักใบเขียว, ถั่วฝัก, ถั่วเปลือกแข็ง, หอย, และเครื่องเทศต่าง ๆ การได้รับแมกนีเซียมในปริมาณที่แนะนำวันละ 320 มิลลิกรัม จะช่วยให้เซลล์มีประสิทธิภาพและสำรองพลังงานให้แก่ร่างกาย



17. บริหารเวลาให้ดี

          เราเป็นมนุษย์ ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ และบางทีเราเพียงต้องการหยุดฟังร่างกายของเราเสียบ้าง จากการวิจัยพบว่า ระดับพลังงานของเราจะขึ้น ๆ ลง ๆ ตลอดทั้งวันโดยมีวงจรเวลาอยู่ที่ 90 นาที เรียกกันว่าจังหวะ ultradian rhythms ดังนั้น แทนที่จะผลักดันร่างกายของเราจนกระทั่งเหนื่อยอ่อน ให้แบ่งเวลาออกไปเป็นช่วง ๆ ช่วงละ 90 นาที และเมื่อถึงตอนท้ายของแต่ละช่วง ให้รางวัลตัวเองด้วยการหยุดพัก ออกเดินบ้าง, ยึดเส้นยึดสายหรือดื่มชาสมุนไพร


18. ปรึกษาแพทย์ของคุณ

          บางทีวิธีที่ดีที่สุดที่จะรับมือเวลาหมดพลังก็คือปลีกตัวพักร้อน แต่ถ้าปัญหาไม่หมดไป อาจจะต้องไปปรึกษาแพทย์เพื่อดูว่ามีปัญหาอะไรซ่อนเร้นอยู่ เช่น ต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำผิดปกติ, โลหิตจาง, โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน และโรคซึมเศร้า ซึ่งล้วนแต่ทำให้หมดเรี่ยวหมดแรงทั้งสิ้น เมื่อทราบสาเหตุแล้วก็จะจัดการกับมันได้ง่ายขึ้น



แหล่งที่มา  อาหาร&สุขภาพ, http://health.kapook.com/view95264.html

No comments:

Post a Comment